สำนักข่าวดีออนไลน์ไทยแลนด์ นำเสนอ....นี่ไง… พระอีกแล้ว!”“แบบนี้ใครจะอยากทำบุญ?”เรากำลังด่าพระ หรือกำลังเผาศาสนาด้วยคำพูดเรา?”
เสียงวิจารณ์แสบหูดังลั่นทุกครั้งที่พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งทำผิดพลาด โซเชียลแทบลุกเป็นไฟ แต่จะมีสักกี่คนที่ตั้งสติและถามตนเองว่า
“เรากำลังด่าพระ หรือกำลังเผาศาสนาด้วยคำพูดเรา?”
ในพระไตรปิฎก มีการพูดถึงพระที่ล่วงผิดศีล และพระพุทธองค์ก็วางแนวทางชัดเจนว่า
“เมื่อมีผู้ประพฤติผิด ให้วินัยจัดการ ไม่ใช่ให้ศรัทธาสั่นคลอน”
การมีพระที่พลาด ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่ข้ออ้างให้เราทอดทิ้งความดี เพราะพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราศรัทธา “บุคคล” แต่ให้ยึดมั่นใน “หลักธรรม”
คนที่ตัดสินศาสนาจากพฤติกรรมของคนเพียงหนึ่ง อาจกำลังแสดงให้เห็นว่า เขาไม่เคยเข้าใจศาสนานั้นจริงๆ เลยด้วยซ้ำ
ลองจินตนาการ ถ้าครูคนหนึ่งประพฤติตัวไม่เหมาะสม เราจะเลิกให้ลูกเรียนหนังสือไปเลยหรือ?
หากหมอคนหนึ่งผิดพลาด เราจะเลิกไปโรงพยาบาลหรือไม่?
ทำไมกับพระ เราจึงใจร้อนกว่ากับทุกวิชาชีพอื่น?
อาจเป็นเพราะเรา “คาดหวัง” ว่าพระต้องดี 100% แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครดีพร้อมจนพ้นกรรมได้ แม้แต่พระอริยเจ้าก็ยังต้องฝึกฝนตนอย่างต่อเนื่อง
หากเราจะเลิกศรัทธาศาสนาเพียงเพราะ
ข่าวบางข่าว นั่นไม่ใช่เพราะศาสนาไม่ดี แต่เพราะ “เรายังไม่เข้าใจศาสนาอย่างแท้จริง”
แนวทางพุทธวิธีในการรับมือ:
- ตั้งสติ เมื่อพบข่าวเสียหาย
อย่ารีบเชื่อ อย่ารีบแชร์ ให้พิจารณาว่าสิ่งนั้นจริงหรือไม่
- แยกแยะบุคคลกับหลักการ พระผิด ไม่ใช่ศาสนาผิด
- ศึกษาให้ลึก ถ้าเข้าใจศาสนาแค่เปลือก ก็ง่ายที่จะหวั่นไหวกับสิ่งกระทบจากภายนอก
ดูแลใจตนเอง อย่าให้ข่าวลบทำให้เรากลายเป็นคนลบมากขึ้น
พุทธศาสนาอยู่มาได้เพราะมีคนดีคอยสืบสาน และมีหลักธรรมที่เหนือกาลเวลา อย่าให้เสียงวิจารณ์เพียงชั่วขณะ กลายเป็นเชื้อไฟเผาใจเราจนหมดศรัทธา เพราะสุดท้ายแล้ว
ศาสนาไม่เคยผิด คนที่ไม่รู้จักแยกแยะต่างหากที่ทำลายศาสนาด้วยปากตัวเอง”
หากคุณเห็นด้วยกับบทความเหล่านี้ คุณคือหนึ่งในผู้ศรัทธาที่เข้าใจแก่น ไม่ใช่แค่เปลือก
ขอบคุณที่ยังเลือกยืนอยู่กับธรรม
หากไม่ชอบ ขอแค่… อย่าว่ากันแรง เพราะศาสนายังต้องการคนอย่างคุณ
#ธรรมทาน
วิโรจน์. ชินฝั่น / ข้อเขียน
สุรพันธ์ ตันกำเนิด /ภาพ /ข่าว